| by admin | No comments

VAR ‘มาช่วย’ หรือ ‘ทำลาย’ !?!

เชื่อว่าหลายคนคงมีประสบการณ์ในการดูบอลที่ต่างกันไป และไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนบอล Gen ไหน เชื่อว่าทุกคนคงทราบกันดีว่า ทำไม กีฬาฟุตบอล จึงเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก มีคนเคยกล่าวไว้ว่า คนอเมริกัน นิยมดูบาสเกตบอลมากกว่าฟุตบอล เพราะเค้าชอบตรงที่มีการทำประตูกันแทบตลอดเวลาการแข่งขัน ผู้เล่นสองข้างบุกใส่กันอย่างเร้าใจ ต่างกับกีฬาฟุตบอล ที่นานๆจะยิงกันสักลูก หรือบางเกมอาจจบด้วยสกอร์ 0-0 ไม่มีการทำประตูเกิดขึ้นเลยก็มี ส่วนหนึ่งที่เชื่อว่าทำให้เกมลูกหนัง เป็นที่นิยม ก็เพราะมันมี ‘เสน่ห์’ ในตัวของมัน เสน่ห์ฟุตบอล ที่หาไม่ได้จากกีฬาประเภทอื่น ก็เพราะไอการทำประตูยากๆเนี่ยแหละ คนเชียร์บอลจะรู้ว่ามันมีความหมายแค่ไหนในแต่ละประตูยิ่งเป็นประตูที่ทีมรักทำได้ ไม่ว่าจะยิงใส่ทีมเล็ก ทีมใหญ่ ทีม อบต. แฟนบอลก็ยังคงดีใจอยู่ดี นอกจากนี้ มันยังมีเหตุการณ์ ‘ดราม่า’ ให้เกิดซีนอารมณ์ขึ้นบ่อยครั้งในโลกลูกหนัง ซึ่งไอดราม่าตรงนี้เอง มันก็เป็นอีกหนึ่งใน ‘เสน่ห์ฟุตบอล’ ที่กล่าวถึงข้างต้น ซึ่งไอดราม่าปกติมันก็ไม่มีประเด็นอะไรหรอกครับ แต่เมื่อมันเป็นดราม่าที่เกิดจาก ‘ความผิดพลาด’ ของผู้ตัดสิน อันนี้คงเป็นประเด็นแน่ หลายครั้งที่ความผิดพลาดจากผู้ตัดสินในสนาม ทั้งผู้ตัดสินหลัก รวมถึงไลน์แมน สร้างความชอกช้ำระกำใจให้กับพวกเราแฟนบอลไม่มากก็น้อย จนหลายช็อตกลายเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในฟุตบอลโลกปี 2014 ได้มีการนำเทคโนโลยี ‘โกลไลน์’ มาใช้ในการตัดสินว่าบอลข้ามเส้นประตู ถ้าเข้าไปแล้วจะส่งสัญญาณให้เครื่องรับสัญญาณสั่นให้ผู้ตัดสินรู้ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยได้อย่างมาก ไม่ต้องมีประเด็นปัญหาให้มาตามถกกันทีหลัง

และในปี 2016 ได้มีการนำ VAR (Video Assistant Referee) มาทดลองใช้ครั้งแรกกับรายการฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกนัดชิงชนะเลิศ ผลปรากฏว่า สร้างความเทคโนโลยีดังกล่าว สร้างความสับสนให้แก่ผู้เล่นเป็นอย่างมากต่อมา ได้เริ่มมีการนำ VAR มาใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับสโมสร หวังจะนำมาซึ่งความยุติธรรม แม้แฟนลูกหนังบางส่วนจะบอกว่ามันเป็นการทำลายสเสน่ห์ฟุตบอลก็ตามที และฤดูกาลล่าสุดที่เป็นประเด็นเผ็ดร้อน คงหนีไม่พ้นลีคที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกอย่าง ‘พรีเมียร์ลีค’ ที่กลับกลายเป็นว่า จากการนำมาใช้เพื่อความยุติธรรม ยุติข้อถกเถียง กลายเป็นเกิดประเด็นถกเถียงกันมากกว่าเก่า ถ้าจะให้ยกตัวอย่างคงต้องบอกว่าเลือกไม่ถูกจริงๆ เพราะในฤดูกาลนี้ มีดราม่าจากการใช้ VAR ช่วยตัดสินเรียกได้ว่ากว่าครึ่งเลยทีเดียว โดยส่วนตัวเชื่อว่า การนำ VAR มาใช้นั้น เป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว แม้จะยอมรับว่ามันลดความสนุกในการดูบอล เพราะหลายครั้ง เราต้องมานั่งรอดู VAR จากแต่ก่อนพอยิงเสร็จ จะเฮก็เฮได้เลย ฟีลลิ่งมันต่างกันเยอะพอสมควรแต่ถ้ามันแลกมากับความยุติธรรม มันก็ยังดูสมน้ำสมเนื้อ

เพียงแต่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องเก็บประสบการณ์จากความผิดพลาด มาพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ปัญหาที่พบเจอหลายครั้งในฤดูกาลนี้คือ มาตรฐานในการใช้ ที่ดูไม่ชัดเจน ในหลายๆจังหวะ การตัดสินที่ค้านสายตาคนหมู่มาก ทั้งแฟนบอล นักเตะ หรือผู้จัดการทีมเอง ต่างออกมาบ่นอุบ ว่าเอามาช่วยหรือเอามาทำลายกันแน่ เพราะฉะนั้น จะบอกว่าไม่ใช่ปัญหาก็คงจะไม่ได้แฟนบอลอย่างเราก็ได้แต่รอ รอ และรอ การพัฒนา เพราะนี่เรายังรู้สึกเหมือนว่า ในแต่ละเกม ต้องมาลุ้นดวงว่าจะเจอทีมงาน VAR แบบไหนอยู่เลย โดยเชื่อว่า ถ้ามีเกณฑ์การตัดสินที่ ‘ละเอียด’ และ ‘เคลียร์’ กว่านี้ VAR จะช่วยยกระดับเกมลูกหนังไปได้อีกไกลแน่นอน

Leave a Reply